Chateau Lafite 1869 ไวน์สุดโปรดรสชาติดีของโทมัส เจฟเฟอร์สัน

Chateau-Lafite-1869picc

Chateau-Lafite-1869

ไวน์เครื่องดื่มสุดมีระดับที่หลายคนอยากมีโอกาสได้ลองลิ้มชิมรส เครื่องดื่มก็มีด้วยกันมากมายหลายประเภทแต่หนึ่งในนั้น ก็คือ ไวน์ แน่นอนว่าไวน์ก็มีราคาที่แตกต่างกันไปตามคุณภาพเรื่องราว และกระบวนการผลิต สิ่งนี้จึงทำให้เราได้ยินอยู่บ่อย ๆ เกี่ยวกับเรื่องราวของไวน์ขวดโปรดของเหล่าบุคคลที่มีชื่อเสียงว่ากลุ่มคนเหล่านั้นชอบไวน์นี้ กลุ่มคนเหล่านี้ชอบไวน์นั้นอยู่เสมอ ๆ แต่อย่างไรก็ดีการที่ไวน์เหล่านั้นจะกลายมาเป็นไวน์ขวดโปรดของคนดังได้ก็ย่อมต้องมีเรื่องราว และรสนิยมเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งในบทความนี้เราจะพาทุกท่านมารู้จักกับเรื่องราวของบุคคลที่มีชื่อเสียงกับเครื่องดื่มขวดโปรดของเขา กับไวน์รสชาติสุดอร่อยอย่าง Chateau Lafite 1869 ของ โทมัส เจฟเฟอร์สัน

Chateau Lafite 1869 (ชาโตว์ ลาฟิต 1869) นับว่าเป็นไวน์อีกชนิดหนึ่งที่มีราคาสูง ซึ่งราคาที่ได้มานี้ได้มาจากขั้นตอนการประมูลไวน์ของประเทศฮ่องกง ซึ่งมีราคาประมูลมากถึง 233,972 ดอลลาร์ หรือแปลงเป็นเงินไทยกว่า 8,000,000 บาท ซึ่งในงานประมวลครั้งนั้นผู้ที่ได้ชนะการประมูลไปในราคานี้นั่นก็คือ Robert Sleigh ถ้าจะพูดถึงเรื่องรสชาติของไวน์แล้วล่ะก็ไวน์นี้ถูกยกให้เป็นถึงอันดับ 5 ที่มีรสชาติยอดเยี่ยมเลยทีเดียว ซึ่งอย่างที่กล่าวมาข้างต้นมา ไวน์ขวดนี้นอกจากจะมีรสชาติที่ดีแล้วก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นไวน์ตัวโปรดของประธานาธิปดี ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ของสหรัฐอเมริกา อย่าง ทอมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson) ซึ่งความชื่นชอบของเขาก็ได้ถูกถ่ายทอดลงไปบนขวดไวน์โดยการจารึกชื่อย่อลงบนขวดไวน์ เป็นหนึ่งในของสะสมของท่านโดยที่ท่านไม่เคยดื่มเลย ซึ่งไวน์ยี่ห้อนี้ได้ถูกผลิตขึ้น 2000 ขวด ถือว่าเป็นจำนวนที่น้อยทำให้ผู้ที่ได้ครอบครองจะต้องรู้สึกถึงความมีระดับและคุ้มค่าของไวน์ยี่ห้อนี้ ซึ่งตั้งแต่แรกเริ่มเดิมที เจ้าของคือ William Sokolin (วิลเลี่ยม โซโคลิน) ที่ได้ตั้งราคาขายไว้สูงมาก จนเขาได้นำไวน์ขวดนี้ไปโชว์ในงานแต่เกิดแตกขึ้นมาจึงได้รับเงินประกันคืน

มาถึงตรงนี้ท่านคงจะได้รู้จักประวัติกับเรื่องราวความเป็นมาของไวน์ชนิดนี้แล้วว่ามีที่มาอย่างไรทำไมถึงได้ราคาแพงอย่างนี้ ซึ่งนี้ก็เป็นอีกความชื่นชอบส่วนบุคคลที่ต้องเป็นคนที่ชอบและรักในสิ่งนี้จริง ๆ จึงจะเข้าใจถึงคุณค่าทางจิตใจสำหรับของที่พึงจะเก็บสะสม ซึ่งตอนนี้ไวน์นี้ก็เหลืออยู่เพียงไม่กี่ขวด และไม่สามารถนำมารับประทานได้จริงแล้วได้เพียงแต่สะสมเท่านั้น