10 ไวน์ดีที่ราคาไม่แพง หาดื่มได้ง่าย

การใช้ชีวิตในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ได้กลิ่นอายของความหรูหรา ไม่จำเป็นจำต้องไปเสียเงินมากมายกับภัตตาคารหรู ขอแค่เพียงไวน์ดีๆซักขวดในราคาย่อมเยามาจิบระหว่างวัน ก็เป็นเหมือนวันที่แสนจะพิเศษ วันนี้เรามาพร้อมกับตัวเลือกไวน์ที่หาได้ง่ายตามท้องตลาด แถมยังมีราคาที่เป็นกันเอง ที่สำคัญคือรสชาติที่สุดบรรยาย ไปดูไวน์ 10 อันดับที่รอให้คุณลิ้มลองกันเถอะ 1.Gnarly Head Zinfandel เป็นไวน์เก่าแก่ที่มาพร้อมกับรสชาติของเบอร์รี่ เป็นไวน์ที่ดื่มง่าย มีรสชาติเป็นเอกลักษณเฉพาะตัว แถมยังได้คะแนนรีวิวใน Wine Enthusiast ถึง 88 คะแนนเลยนะ 2.Starmont Carneros Chardonnay หากกำลังมองหาไวน์ขาวสำหรับวันหยุด ทำไมถึงไม่ลองนาปาชาร์ดอนเนย์สุดคลาสสิคที่หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป 3.Rosa dell’Olmo Barbera d’Asti ขวดนี้อาจจะหาซื้อยากหน่อย ราคาประมาณ 700 บาท เป็นไวน์แดงอิตาลีขวัญใจทุกคน 4.Noble Vines Pinot Noir or Merlot จากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในด้านการผลิตไวน์ โดยได้รับคะแนน 89-90 คะแนน รวมถึงผู้แนะนำการเลือกซื้อที่ดีที่สุดบน Wine Mag คุณจะสนุกกับการดื่ม Merlot ในราคาถูกที่สุดแต่คุณภาพระดับพรีเมี่ยม ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหา Pinot […]

Read More »

วิธีนำไวน์ขึ้นเครื่องบินที่ถุกต้อง

choosing-wineeeepic

การเดินทางท่องเที่ยวไปยังต่างประเทศ แน่นอนว่านอกจากไปสัมผัสบรรยากาศความสวยงามในประเทศนั้น ๆ แล้ว การเดินทางไปเลือกซื้อของขึ้นชื่อของประเทศนั้น ๆ ก็ถือเป็นอีกทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวต้องการเดินทางเพื่อไปท่องเที่ยวในต่างประเทศนั่นเอง ซึ่งทุกคนก็ต้องทราบกันดีว่าการเดินทางโดยสารโดยเครื่องบินนั้นก็มีข้อจำกัดเกี่ยวกับเรื่องของน้ำหนัก ข้อจำกัดในการนำของเหลวขึ้นไปบนเครื่องบน หลายครั้งที่เราจำเป็นต้องทิ้งสิ่งของที่เราซื้อมาไปหลายอย่าง และมีสิ่งหนึ่งที่เป็นสิ่งขึ้นชื่อสำหรับขาช้อปที่เลือกเดินทางไปซื้อของยังต่างประเทศนั่นก็คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทไวน์นั่นเอง ซึ่งหากเราต้องการนำเครื่องดื่มประเภทนี้ขึ้นเครื่องบินกลับมายังประเทศของเรา หรือซื้อไปฝากบุคคลที่อยู่ยังต่างประเทศก็มีวิธีหนึ่งที่สามารถให้นำไวน์ขึ้นเครื่องบินได้อย่างถูกต้องไป ในบทความนี้เองเราก็จะมาแนะนำวิธีการนำไวน์ขึ้นเครื่องบินอย่างถูกวิธี และถูกต้องกัน ถ้าพร้อมแล้วเราก็ไปทราบวิธีนั้นพร้อมกันเลย แน่นอนว่าเพื่อให้เครื่องขวดโปรดไปเดินทางไปกับเราโดยสวัสดิการเราก็ควรรู้วิธีที่เหมาะสม และถูกต้องเพื่อไม่ให้มคนนำเครื่องดื่มเหล่านี้ไปใช้ในทางที่ผิด เรื่องแรกที่ท่านควรศึกษานั่น ก็คือ กฎ และข้อห้ามการจำกัดปริมาณแอลกอฮอล์ที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ โดยบ้างประเทศมีปริมาณไม่เท่ากัน เช่น ประเทศ A ให้นำเข้าได้แค่ 1 ขวด นั่นคือถ้าเกินจากนี้อาจโดยคิดอัตราค่าภาษีที่เพิ่มขึ้น หรือ อาจโดยทิ้งให้อยู่ในถังขยะกันได้เลยทีเดียว เมื่อศึกษากฎข้อห้ามในการนำขึ้นเครื่องบินให้เรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็เป็นเรื่องของความมั่นคงแข็งแรงของอุปกรณ์ที่ใช้ในการบรรจุไวน์ เพราะในการโดยสารเราจะนำไวน์ของเราขึ้นไปยังที่นั่งโดยสารไม่ได้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องโหลดสัมภาระไว้ใต้เครื่อง และแน่นอนว่ามันสามารถมีโอกาสเกิดความเสียหายได้ ดังนั้นในขั้นตอนการโหลดควรแจ้งพนักงานให้ติดแท็กกระเป๋าของเราเป็นประเภท เปราะบาง(Fragile) เพื่อให้พนักงานเอาใจใส่ ระมัดระวังมากยิ่งขึ้น อีกหนึ่งเทคนิคของการบรรจุไวน์ลงกระเป๋านั่นก็คือการไม่ทำให้กระเป๋ามีความกลวงจนทำให้ขวดไวน์กลิ้งไปมาจนเกิดความเสียหายก็ควรหาอุปกรณ์มาเพื่อรับแรงกระแทก เช่น เสื้อผ้าแน่น ๆ หรือ รองเท้าให้ใช้ประกบบนล่างเพื่อไม่ให้เกิดการกลิ้ง หรืออุปกรณ์ช่วยซับการกระแทกต่าง ๆ และนอกจากนี้การเลือกข้างฝั่งที่กระเป๋าเดินทางเราจะโดยแรงกระแทกน้อยที่สุดก็เป็นอีกตัวเลือกในการช่วยลดความเสี่ยงในการการความเสียหายแตกหักจากการเดินทางขนส่งอีกด้วย

Read More »

Heidsieck 1907 ไวน์ที่แพงที่สุดในโลก

งานปาร์ตี้งานสังสรรค์ที่ใด เครื่องดื่มประเภทต่าง ๆ ก็เข้ามามีบทบาทกับงานรื่นเริงประเภทนี้เป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็น น้ำดื่ม น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเหล่าบรรดาเครื่องดื่มเหล่านี้ก็ยังมีอยู่เครื่องดื่มหนึ่งที่เป็นที่นิยมแทบจะเรียกได้ว่าเป็นลำดับต้น  ๆ ที่ผู้คนมักจะนึกถึงเมื่อต้องมีงานเลี้ยงหรือโอกาสพิเศษเลยทีเดียว ซึ่งเครื่องดื่มที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้ก็คือ ไวน์นั่นเอง ซึ่งกรรมวิธีการหมักหรือทำเครื่องดื่มชนิดนี้ก็มีวิธีและวัตถุดิบที่แตกต่างออกไป ซึ่งด้วยกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันนี้ก็ทำให้ราคาของไวน์นั้นแตกต่างกันด้วย ซึ่งราคาก็จะมีตั้งแต่หลักสิบไปจนถึง 8 หลักกันเลยทีเดียว ซึ่งในบทความนี้เราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับไวน์ที่ได้ชื่อว่าเป็นไวน์ที่มีราคาแพงที่สุดในตอนนี้กันว่า ทำไมไวน์ชนิดนี้ถึงมีราคาแพงมากมายขนาดนี้และไวน์ชนิดนี้จะต้องผ่านกรรมวิธีใดบ้าง ถ้าพร้อมแล้วเรามารู้จักไปพร้อมกันเลย ซึ่งเจ้าเครื่องดื่มไวน์ที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้ก็มีชื่อว่า  Heidsieck 1907 ที่เป็นเจ้าของไวน์ขึ้นชื่ออันดับ 1 ซึ่งถือว่าเป็นไวน์ที่ดีที่สุดที่มีในตอนนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งไวน์เลิศรสนี้ก็มีราคาสูงถึง 275,000 ดอลลาร์เลยทีเดียวซึ่งคิดเป็นเงินไทยกว่า 10 ล้านบาท ถือว่าเป็นราคาที่สูงกว่าท้องตลาดทั่วไปมากหลายเท่าตัว แต่ด้วยสาเหตุอะไรกันที่ทำให้ไวน์นี้ถึงได้มีราคาสูงขนาดนี้ ซึ่งกว่าจะมีราคาสูงขนาดนี้ก็ย่อมต้องมีที่มาที่ไป จุดเริ่มต้นเรื่องราวการเดินทางของการเดินทางของไวน์ชนิดนี้ที่ได้เดินทางไปบนเรือของ พระเจ้าซานิโคลัสที่2 แห่งรัสเซีย ที่เกิดอับปางลงหลังจากถูกโจมตีจนจมลงยังใจกลางทะเลในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งภายหลังมีคนค้นพบไวน์แห่งนี้อยู่ในซากเรือที่เกิดการอับปางลง มาถึงตรงนี้หลายคนก็คงตกตะลึงกับประวัติความเป็นมาของไวน์กันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ด้วยความพิเศษของไวน์นี้ก็ทำให้ไวน์นี้ได้ร่วมเดินทางล่องเรือไปกับบุคคลสำคัญเช่นนี้ ซึ่งในยุคก่อนนั้นเครื่องดื่มนี้ก็ได้ถูกวางจำหน่ายที่ มอสโคว รัสเซีย ซึ่งกว่า 2000 ขวดที่ร่วมเดินทางไปกับเรือครั้งนั้น ทำให้มีราคาสูงอย่างทุกวันนี้ กว่า 80 ปีที่กว่าจะค้นพบเครื่องดื่มที่มากด้วยเรื่องราวและรสชาติที่ถูกรักษาไว้เป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งนั้นก็เป็นทางเลือกสำหรับเหล่านักดื่มที่มีกำลังทรัพย์ถึง และต้องการจะลองลิ้มชิมรสเครื่องดื่มที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานคู่กับการเวลา

Read More »

Chateau Lafite 1869 ไวน์สุดโปรดรสชาติดีของโทมัส เจฟเฟอร์สัน

Chateau-Lafite-1869picc

ไวน์เครื่องดื่มสุดมีระดับที่หลายคนอยากมีโอกาสได้ลองลิ้มชิมรส เครื่องดื่มก็มีด้วยกันมากมายหลายประเภทแต่หนึ่งในนั้น ก็คือ ไวน์ แน่นอนว่าไวน์ก็มีราคาที่แตกต่างกันไปตามคุณภาพเรื่องราว และกระบวนการผลิต สิ่งนี้จึงทำให้เราได้ยินอยู่บ่อย ๆ เกี่ยวกับเรื่องราวของไวน์ขวดโปรดของเหล่าบุคคลที่มีชื่อเสียงว่ากลุ่มคนเหล่านั้นชอบไวน์นี้ กลุ่มคนเหล่านี้ชอบไวน์นั้นอยู่เสมอ ๆ แต่อย่างไรก็ดีการที่ไวน์เหล่านั้นจะกลายมาเป็นไวน์ขวดโปรดของคนดังได้ก็ย่อมต้องมีเรื่องราว และรสนิยมเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งในบทความนี้เราจะพาทุกท่านมารู้จักกับเรื่องราวของบุคคลที่มีชื่อเสียงกับเครื่องดื่มขวดโปรดของเขา กับไวน์รสชาติสุดอร่อยอย่าง Chateau Lafite 1869 ของ โทมัส เจฟเฟอร์สัน Chateau Lafite 1869 (ชาโตว์ ลาฟิต 1869) นับว่าเป็นไวน์อีกชนิดหนึ่งที่มีราคาสูง ซึ่งราคาที่ได้มานี้ได้มาจากขั้นตอนการประมูลไวน์ของประเทศฮ่องกง ซึ่งมีราคาประมูลมากถึง 233,972 ดอลลาร์ หรือแปลงเป็นเงินไทยกว่า 8,000,000 บาท ซึ่งในงานประมวลครั้งนั้นผู้ที่ได้ชนะการประมูลไปในราคานี้นั่นก็คือ Robert Sleigh ถ้าจะพูดถึงเรื่องรสชาติของไวน์แล้วล่ะก็ไวน์นี้ถูกยกให้เป็นถึงอันดับ 5 ที่มีรสชาติยอดเยี่ยมเลยทีเดียว ซึ่งอย่างที่กล่าวมาข้างต้นมา ไวน์ขวดนี้นอกจากจะมีรสชาติที่ดีแล้วก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นไวน์ตัวโปรดของประธานาธิปดี ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ของสหรัฐอเมริกา อย่าง ทอมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson) ซึ่งความชื่นชอบของเขาก็ได้ถูกถ่ายทอดลงไปบนขวดไวน์โดยการจารึกชื่อย่อลงบนขวดไวน์ เป็นหนึ่งในของสะสมของท่านโดยที่ท่านไม่เคยดื่มเลย ซึ่งไวน์ยี่ห้อนี้ได้ถูกผลิตขึ้น 2000 […]

Read More »

ดื่มไวน์อย่างไรให้มีศิลปะ

จะมีใครบ้างที่ไม่รู้จักไวน์ แถมยังเคยได้ยินอีกว่า การดื่นไวน์วันละ 1 แก้วจะช่วยให้เลือดมีการหมุนเวียนได้ดี ลดการเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ แถมข่าวทาง BBC ยังได้บอกอีกว่าการดื่มไวน์นั้นเป็นผลดีต่อร่างกายมากกว่าการดื่มเบียร์เสียอีก แต่ถ้าหากผู้อ่านไม่ใช่สายไวน์แต่ถ้าหากต้องการทราบบ่างก็ไม่เป็นไร วันนี้จะมาพูดถึงเรื่องราวของการดื่มไวน์แบบมีศิลปะกันนะค่ะว่ามีแบบไหนบ้าง ก่อนที่จะรู้จักการดื่มคุณต้องรู้ก่อนนะว่าไวน์คืออะไร….. ในคำศัพท์อย่างเป็นทางการคำว่า ไวน์ หมายความว่าเหล้าองุ่น ในขณะที่บางพจนานุกรม ไวน์คือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งเกิดจากการหมักของผลไม้ชนิดต่างๆไว้ด้วยกัน สิ่งแรกที่คุณเห็นไวน์ที่เสิร์ฟในแก้วที่ไม่ใช่การเขย่า แต่ดูก่อน ใช่แล้ว แค่ดูนี่แหละค่ะ การหยิบแก้วไวน์ หรือถือขาแก้วไวน์ขึ้นมา แล้วทำการมองลงไปในแก้ว ลองดูสิว่าไวน์ในแก้วที่เราเห็นนั้นสีอะไร สีเหลือ สีส้ม หรือสีอำพัน มีความขุ่นมากน้อยแค่ไหนในนั้น แต่สำหรับไวน์แดงนั้น ลองสังเกตดูนะค่ะอาจจะมีความเจือจาง สีสดใสมากน้อยแค่ไหน ซึ่งวิธีการนี้จะบ่งบอกได้ว่าไวน์ที่อยู่ตรงหน้าคุณนั้นมีความเข้มข้นมากน้อยแค่ไหน การแกว่งแก้วไวน์…จะแกว่งกันทำไม ? เอาละก็มาถึงช่วงที่ทุกคนนั้นรอคอยกันแล้ว การหยิบแก้วไวน์มาแล้วถือแกว่งๆ ถ้าหากคุณเป็นมือใหม่นั้นควรระวัง ! อย่าแกว่งแรงหรือซัดแบบเต็มเหนี่ยวนะจ้า เดี๋ยวจะกระจายไปรอบโต๊ะข้างๆซะก่อน การแกว่งไวน์นั้นจะค่อยๆทำหมุนข้อมือเบาๆ ไปรอบแก้ว ปลอ่อยให้กลิ่นไวน์ค่อยๆจางหาย จากนั้นให้สังเกตสีของไวน์จะสะท้อนแสง และดูขาแก้ว จะมีไวน์ค่อยๆไหลลงไปสู่ขาแก้วไวน์ ไม่เชื่อสามารถลองทำดูได้นะค่ะ ซึ่งการดูชาแก้วนักดื่มไวน์จะค่อยๆจิบไปเรื่อยๆอย่างมีศิลปะ    

Read More »

การถือแก้วไวน์ เรื่องง่ายๆแต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด

ไวน์จัดว่าเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่มีความละเอียดละออมากกว่าที่เราคิด เนื่องจากการกระทบกันของอุณหภูมิและความร้อนทำให้ไวน์เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างมาก ยังไม่นับปริมาณที่รินใส่แก้วอีก นั่นทำให้เราต้องเรียนรู้การดื่มไวน์อย่างถูกวิธีเพื่อให้ได้รับรสชาติของไวน์อย่างเต็มที่ รวมถึงเป็นมารยาทในการเข้าสังคมอีกด้วย จับแก้วไวน์อย่าจับตัวแก้ว ข้อห้ามอย่างแรกในการถือแก้วไวน์ นั่นคือ เราจะต้องจับแก้วไวน์ที่ก้านแก้วด้านล่างของมัน ไม่ใช่ไปจับที่ตัวแก้ว ตอนแรกก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไม คำตอบก็ถือการไปจับที่ตัวแก้ว ความร้อนจากฝ่ามือจะส่งผ่านไปถึงตัวไวน์ ทำให้ไวน์เสียรสชาติได้ การเปลี่ยนที่จับไปที่ก้านแก้วจะช่วยลดตรงนี้ได้ จับก้านแก้วแต่ห้ามกำ แต่การจับแก้วไวน์ที่ก้านแก้วนั้น ก็มีข้อห้ามเหมือนกัน อย่างหนึ่งก็คือการจับก้านแก้ว จะต้องไม่กำให้รอบก้านแก้ว ส่วนหนึ่งนอจากจะดูไม่งานและเสียมารยาทแล้ว ยังมีผลต่อเรื่องอุณหภูมิเหมือนกัน วิธีการจับที่ถูกต้อง ให้ใช้การหนีบด้วยนิ้วจะดีกว่าจะกี่นิ้วก็ได้ 2-3 นิ้วก็น่าจะพอดีแล้ว แก้วไวน์ไม่ได้หนักขนาดนั้น การจับแบบนี้ยังทำให้การชนแก้วของเราทำได้ง่ายอีกด้วย ท่าจับแก้วไวน์ให้ดูดี แต่ถ้าเราต้องออกงานสังคมบ่อยๆแล้วต้องดื่มไวน์ การเรียนรู้ท่าทางการถือแก้วไวน์ที่ถูกต้องนับว่าเป็นเรื่องจำเป็นทีเดียวเนื่องจากมันส่งผลต่อภาพลักษณ์ของตัวเราด้วย การจับแก้วไวน์นั้นทั่วไปแล้วมีอยู่ 3 ท่าด้วยกันลองไปฝึกกันนะ ท่าแรกเป็นท่าเบื้องต้น วิธีการก็คือให้เราจับก้านแก้วด้วยนิ้วชี้กับนิ้วโป้ง ส่วนนิ้วที่เหลือจะเรียงชิดติดกันต่อเนื่องจากนิ้วชี้ โดยตำแหน่งที่จับจะเป็นตรงที่ก้นแก้ว หรือด้านบนสุดของตำแหน่งก้านแก้วเลย วิธีนี้ทำให้จับได้ค่อนข้างถนัดมือเลย ใครที่เริ่มดื่มไวน์จับแก้วแบบนี้เลย ท่าที่สองนี้อัพเกรดขึ้นมาหน่อย เป็นท่าที่เหมาะสำหรับคนที่ออกงานสังคมในระดับที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ท่านี้ไม่ยากเลย ให้เราจับก้านแก้วของไวน์ด้านล่างสุดตรงฐาน ให้ก้านแก้วเหมือนดินสอ แล้วเราก็ใช้สามนิ้ว (นิ้วชี้ นิ้วโป้ง นิ้วกลาง)หนีบเอาไว้ส่วนที่เหลืออีกสองนิ้วใช้รองน้ำหนักด้านล่างของฐานแก้วไวน์ ท่านี้เหมาะมากสำหรับเวลาเราจะยกแก้วชูขึ้นเพื่อแสดงความยินดี ท่าที่สามนี่คือท่าที่บ่งบอกระดับของการรู้เรื่องไวน์ของเรา วิธีการจับยากนิดหนึ่ง ให้เอาแก้วไวน์วางไว้บนด้านข้างของนิ้วชิ้แล้วให้นิ้วโป้งกดที่ฐานของแก้วไวน์เอาไว้ ลักษณะจะคล้ายกับเรากำฐานแก้วไวน์ไว้ […]

Read More »

หมักไวน์องุ่นเค้าทำกันอย่างไร

พูดถึงเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่หลายคนคุ้นเคย แล้วอยากจะทำเป็นของตัวเองบ้างเชื่อว่า ไวน์ น่าจะเป็นตัวเลือกแรกของการทำเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากไวน์เป็นเครื่องดื่มที่ดื่มง่าย และทำมาจากวัตถุดิบธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่แตกต่างจากเหล้า หรือเบียร์ที่ดูจะยากกว่า หากเราอยากจะนำวัตถุดิบผลไม้ธรรมชาติมาหมักไวน์บ้างจะมีขั้นตอนการทำงานอย่างไร จะหมักไวน์ต้องเตรียมอะไรบ้าง ก่อนจะไปเริ่มทำการหมักไวน์แดง เรามาดูอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมก่อน หนึ่งเลยคือองุ่นแดงสดใหม่ สองขวดสำหรับบรรจุหมัก แนะนำว่าควรเป็นขวดแก้วเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีกว่าและมองเห็นตะกอนได้ง่ายกว่า สามเบรกกิ้งโซดาสำหรับทำความสะอาดผลองุ่นในตอนแรก สี่ผ้าขาวบางสำหรับกรองน้ำองุ่น ห้าน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมสำหรับปรุงรสชาติ หกยีสต์เพื่อกระตุ้นให้น้ำองุ่น และเจ็ดหัวเชื้อสำหรับการหมักบ่มน้ำองุ่นให้กลายเป็นไวน์แดง ขั้นตอนที่หนึ่ง จัดการองุ่น เมื่ออุปกรณ์พร้อมแล้วก็มาเริ่มต้นที่การจัดการองุ่นก่อนเลย ขั้นตอนแรกเราควรล้างองุ่นให้สะอาด ด้วยน้ำเปล่าและเบรกกิ้งโซดาเมื่อองุ่นสะอาดแล้ว ก็จัดการเอาขั้วและเมล็ดในองุ่นออกไปก่อน(ตรงนี้อาจจะใช้เวลานาน)อย่าให้หลงเหลือ สองอย่างนี้อาจจะทำให้ไวน์มีรสชาติขมและฝาดเกินไปได้ เมื่อจัดการเสร็จแล้วก็ทำการบีบเค้น คั้นน้ำองุ่นออกมา ขั้นตอนที่สอง เตรียมความหวาน เมื่อจัดการองุ่นเสร็จแล้ว เราก็ทำการกรองน้ำองุ่นเหล่านั้นออกมาด้วยการกรองผ่านผ้าขาวบาง จากนั้นก็ทำการปรุงรสชาติลงไปด้วยน้ำเชื่อมที่ทำไว้แล้ว(หรืออาจจะซื้อสำเร็จรูปมาเลยก็ได้) ตรงนี้หากไม่รู้ว่าจะเอาความหวานเท่าไร แนะนำว่าควรหาเครื่องเช็คความหวานไว้ด้วย (แนะนำว่าควรให้อยู่ประมาณ 20 บิตต่อน้ำองุ่น 3 ลิตร) เมื่อปรุงรสชาติได้ตามต้องการแล้วเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป ขั้นตอนที่สาม การบ่ม เมื่อรสชาติพร้อมแล้ว เราก็จะเข้าสู่ขั้นตอนที่สำคัญนั่นคือ การบ่ม หรือ การหมัก ตรงนี้ไม่ยากมีทางเลือกสองทางคือ ให้เราผสมยีสต์ลงไปแล้วหมัก หรือบางคนอาจจะเลือกใช้หัวเชื้อแทนการใช้ยีสต์ หากใช้หัวเชื้อแนะนำว่าควรใช้ปริมาณ 10%ของปริมาณน้ำองุ่นที่เราจะหมัก เมื่อใส่ลงไปแล้วปิดด้วยผ้าขาวบางแล้วปิดซ้ำด้วยฝาปิดอีกครั้งหนึ่ง ทิ้งไว้ประมาณ […]

Read More »

ไม่อยากแก่เหรอ ดื่มไวน์สิช่วยได้นะ

เครื่องดื่มที่เราเรียกกันว่า ไวน์ นั้นเป็นเครื่องดื่มที่มีความพิเศษมากกว่าเครื่องดื่มชนิดอื่นอยู่พอสมควรเลยทีเดียว นอกจากจะมีแอลกอฮอล์ให้เราพอได้เคลิ้มๆแล้ว(แต่ถ้ากินเยอะรับรองว่า ล้มตึงได้เหมือนกัน) ตัวไวน์เองที่ส่วนใหญ่ทำมาจากองุ่นนั้นยังมีประโยชน์มากมายอีกด้วย หนึ่งในประโยชน์ที่ทำให้สาวๆต้องรีบหันมาฟังเลยนั่นคือ กินไวน์แล้วจะช่วยชะลอแก่ได้ ดื่มไวน์ช่วยชะลอแก่ได้จริงไหม คำถามสำคัญในประเด็นนี้คือ การดื่มไวน์ จะช่วยชะลอความแก่ชราได้จริงไหม ตอบเลยว่าจริงมีงานวิจัยหลายชิ้นทำออกมาแล้วว่า ไวน์ นั้นมีสารบางอย่างที่จะช่วยชะลอความแก่ได้ สารตัวนี้มีชื่อว่า เมลาโทนิน ซึ่งเป็นสารที่ได้จากวัตถุดิบที่กลั่นออกมาเป็นไวน์นั่นเอง ดื่มไวน์แบบไหนถึงจะไม่แก่ แม้ว่าไวน์จะมีผลต่อการชะลอความแก่ก็จริง แต่วิธีการกินไวน์นั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน หากทานผิดประเภทและมากเกินไปก็อาจจะส่งผลด้านลบได้เหมือนกัน การดื่มไวน์ที่จะช่วยชะลอความแก่ได้นั้น เราขอแนะนำว่าไวน์แดงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ส่วนไวน์ชนิดอื่นไม่แนะนำให้ดื่ม ส่วนปริมาณการกินนั้นหากเป็นหญิงก็ประมาณ 1 แก้วต่อวันหรือประมาณ 120 มิลลิลิตร ส่วนผู้ชายก็อยู่ที่ 2 แก้วต่อวันกำลังพอเหมาะเลย อย่าเผลอไปกินเยอะกว่านี้เชียวอาจจะทำให้มึน เมา ได้ไม่รู้ด้วยนะ ส่วนอายุที่สามารถเริ่มกินไวน์ได้นั้น เราแนะนำว่าควรเริ่มทานตั้งแต่อายุ 30 ปีไปเลย เนื่องจากคนเราพออายุ 30 ปีนั่นหมายถึงว่าร่างกายของเราเจริญเติบโตถึงขีดสุดแล้ว ต่อจากนั้นก็เป็นการเสื่อมถอยของอวัยวะต่างๆหรือที่เรียกว่า แก่นั่นเอง ดังนั้นหากอยากจะชะลอความแก่ไว้ให้ได้นานที่สุด ก็ต้องเริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลย ดื่มไวน์ให้ประโยชน์อะไรอีก ไม่เพียงแค่การชะลอความแก่ ความชราเท่านั้น ไวน์แดงเองยังมีประโยชน์อีกหลายอย่าง จากงานวิจัยหลากหลายชิ้นทีเดียว ตัวอย่างเช่น การดื่มไวน์แดงจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้ดีกว่าเดิมเนื่องจากไวน์แดงมีสาร Resveratrol […]

Read More »